เข้าสู่เว็บสำนักหอสมุดฯ


รายละเอียดข้อมูล
เรื่อง :
ฟาร์มเห็ดหอมนายพล ที่ปางมะโอ
   
ปัญหา :
 
 
จากการที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ เรื่องการอบรมการจัดการฟาร์มเห็ด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2551 รวม 4 วัน มีค่าใช้จ่ายคนละ 3,500 บาท ที่ศูนย์เห็ดล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ รับเพียง 15 คนนั้น ลุงลีได้รับคำถามเป็นจำนวนมากว่า จะอบรมเพาะเห็ดชนิดใด มีเรื่องอะไรที่จะอบรมบ้าง มีการสอนทำเชื้อเห็ดหรือไม่ ยังไม่เคยเพาะเห็ดมาก่อน จะอบรมได้ไหม เมื่อเข้ารับการอบรมแล้วสามารถไปทำเห็ดได้เลยหรือ

ลุงลีดีใจที่มีผู้สนใจในเรื่องการเพาะเห็ด และต้องการหาความรู้เพื่อนำไปเพาะเห็ดเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายก็ยินดีที่จะเสีย มีหลายท่านที่อยู่จังหวัดอื่น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ซึ่งมากกว่าค่าเข้าอบรมเสียอีก

ก่อนอื่นลุงลีต้องขอขอบคุณผู้ที่จองเข้ารับการอบรมและผู้สนใจที่สอบถามมาทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับความรู้และประสบการณ์ที่ลุงลีมีอยู่ จองที่นั่งเข้ารับการอบรมจนล้นเกินจำนวน 15 คน สำหรับท่านที่จองเข้ารับการอบรมไม่ได้ ลุงลีต้องขออภัยด้วย ในโอกาสหน้าถ้าลุงลีพร้อม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

เป็นความตั้งใจของลุงลีที่ต้องการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เท่าที่มีทั้งหมดให้กับผู้สนใจแบบไม่มีกั๊ก คือให้จนหมดทุกอย่างไม่มีการแอบแฝงขายเชื้อเห็ด ก้อนเชื้อเห็ด หรืออื่นๆ เพื่อให้ผู้ได้เข้ารับการอบรมนำไปเพาะเห็ดได้อย่างยั่งยืน มีความเจริญก้าวหน้า ตั้งใจไว้ว่า 2 ปี จะอบรมให้ความรู้ครั้งหนึ่ง ประมาณไม่เกิน 15 คน ในการกำหนดไม่เกิน 15 คน เนื่องจากต้องการดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้ต่อเนื่อง สำหรับรุ่นแรก 15 คน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในปัจจุบันก็ยังมีการติดต่อกันอยู่โดยตลอด และเป็นความภูมิใจของลุงลีที่เห็นความเจริญก้าวหน้าของผู้เข้ารับการอบรมรุ่นแรก ซึ่งลุงลีคิดว่า ในขณะนี้เก่งกว่า มีความรู้เรื่องเห็ดมากกว่าลุงลีเสียอีก ลุงลีขอนับถือด้วยความจริงใจ ทั้งนี้เนื่องจากท่านเหล่านี้ได้มีชีวิตอยู่ในฟาร์มเห็ด ได้สัมผัสกับเห็ดทุกวันจนรู้นิสัยความต้องการของเห็ดเป็นอย่างดี

เป็นธรรมดาที่คนรุ่นใหม่ต้องเก่งกว่าคนรุ่นเก่า จึงจะมีการพัฒนาเกิดขึ้น สำหรับความรู้ที่ลุงลีให้ในการอบรม เน้นในเรื่องการจัดการฟาร์มเห็ด ซึ่งลุงลีมีความคิดเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด

การจัดการฟาร์มเห็ดจะเริ่มจากการวางแผนที่จะเพาะเห็ดว่าจะเพาะเห็ดชนิดใด ตลาดอยู่ที่ไหน วัตถุดิบที่จะเพาะเห็ดชนิดนั้นมีมากน้อยเท่าใด อยู่ใกล้หรือไกล แพงหรือไม่ ใช้วัตถุดิบอะไรบ้างที่ทดแทนได้ ถ้าวัตถุดิบนี้ขาดแคลน ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับเห็ดที่เราเพาะ เราจะใช้หลักวิชาการใดในการแก้ปัญหา บุคลากรพอเพียงกับปริมาณของเห็ดที่เราต้องการหรือไม่ และบุคลากรนั้นมีความรู้ความสามารถเพียงใด โดยเฉพาะตัวเจ้าของฟาร์มเองต้องมีความรู้ในเรื่องเห็ดพอสมควร และสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากคือ แหล่งการเงินหรือเงินทุน ต้องมีการวางแผนให้ดี ในการเพาะเห็ดบางชนิดใช้ระยะเวลายาวมาก บางชนิดต้องทำต่อเนื่อง ในเรื่องการเงินจึงมีความสำคัญอย่างมาก ถ้าเงินขาดมือหรือเงินหมุนไม่ทันจะทำให้ฟาร์มเห็ดมีปัญหาได้

ในการวางแผนต้องรู้วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าทำเพื่ออะไร ทำเพื่อขายดอกเห็ด ขายก้อนเชื้อเห็ด หรือเพื่อการท่องเที่ยว หลังจากวางแผนแล้วจึงจะมีการวางผังฟาร์ม ดูตามทิศทางของลมและทิศ ถ้าวางผังได้ดีจะลดต้นทุนในการผลิตได้มาก กำหนดห้องทำเชื้อ ทำก้อนเชื้อ ที่เก็บวัตถุดิบ โรงบ่ม โรงเปิดดอก โรงตัดแต่ง ให้ทำงานได้สะดวก และลดการติดเชื้อ

ความรู้ในเรื่องการทำเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ดเป็นความรู้พื้นฐานในการอบรม จะสอนเทคนิคในการทำเชื้อวุ้น เชื้อข้าวฟ่าง และก้อนเชื้อเห็ด เห็ดระบบปิด ความสำคัญจะเน้นในเรื่องเทคนิคการทำนอกเหนือจากในตำรา การเพาะเห็ดระบบปิด ซึ่งลุงลีว่า ต่อไปการเพาะเห็ดจะต้องใช้ระบบนี้ ซึ่งเป็นระบบสากลที่ทั่วโลกใช้กันแล้วประสบความสำเร็จ จะมีการอบรมให้ความรู้กันอย่างละเอียดทั้งระบบ ตั้งแต่การทำก้อนเชื้อ การบ่มก้อนเชื้อ และการเปิดดอก การตลาดเห็ดเป็นหลักสูตรหนึ่งว่าจะทำอย่างไรให้ดอกเห็ดที่เราผลิตออกมาขายได้ราคาดี และทำอย่างไรให้ดอกเห็ดอยู่ได้นาน จะเพิ่มมูลค่าของดอกเห็ดได้อย่างไร

ผู้เข้าอบรม ลุงลีจะไม่กำหนดว่าต้องเคยทำเห็ดมาก่อนหรือไม่เคย แต่จะเน้นที่ว่าความต้องการของผู้ที่จะเข้ารับการอบรมหลังจากเข้ารับการอบรมแล้วมีความประสงค์จะนำไปใช้ในการเพาะเห็ดมากน้อยเพียงใด สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนเพื่อรู้ไว้ใช่ว่า ลุงลีแนะว่าอย่าเพิ่งเข้ารับการอบรมเลย คงไม่ว่ากัน

ลุงลีขอเน้นว่า เป็นความตั้งใจที่จะถ่ายทอดให้จริงๆ กำหนดไว้ 2 ปี ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 คน ซึ่งขณะนี้เต็มแล้ว จึงไม่ใช่เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่เป็นการตอบคำถามและเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่จะเพาะเห็ดควรที่จะเรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเท่านั้น

เมื่อปลายเดือนธันวาคมปี 2550 ลุงลีได้เดินทางไปจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะมีฟาร์มเห็ดยานางิหรือเห็ดโคนญี่ปุ่น เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ จากการร่วมมือระหว่างเจ้าของฟาร์มกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ระหว่างทางจากจังหวัดลำปางไปเด่นชัยประมาณ 20 กิโลเมตร จะมีหมู่บ้านหนึ่งในบนเขาอากาศดูดีมากชื่อ ปางมะโอ เป็นแหล่งที่เพาะเห็ดหอมมากแห่งหนึ่งในประเทศ ลุงลีได้มีโอกาสเยี่ยมชมที่หมู่บ้านปางมะโอหลายครั้งตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากเดิมมีการเพาะเห็ดหอมใต้ถุนบ้านไม่กี่หลัง จนปัจจุบันมีการเพาะเห็ดหอมแทบทุกหลังคาเรือน เฉลี่ยหลังคาหนึ่งประมาณ 2,000-3,000 ก้อน ซึ่งทำรายได้ให้คนในหมู่บ้านปางมะโอจำนวนมาก

ฟาร์มเห็ดหอมขนาดใหญ่ที่เห็นอยู่จะมี 2 ฟาร์ม คือ ฟาร์มที่ชาวบ้านเรียกว่าฟาร์มนายพล และอีกฟาร์มอยู่ใกล้ๆ กัน ทำเป็นลักษณะให้คนเช่าเปิดดอก มี 6 โรงเรือน โรงเรือนละ 8,000 ก้อน

ลุงลีจึงขอนำไปเยี่ยมชมฟาร์มนายพล ลุงลีได้พยายามติดต่อเจ้าของฟาร์มซึ่งทราบภายหลังว่าท่านเป็นนายพลจริงๆ เป็นทหารยศพลเอก ซึ่งท่านน่ารักมาก ไม่ถือตัว เป็นกันเอง อัธยาศัยดีมาก ชอบทางด้านเกษตร จึงทำฟาร์มเห็ดหอม เมื่อได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชมฟาร์ม ลุงลีจึงได้ไปพบกับ คุณทนงศักดิ์ บุญทวี ซึ่งเป็นผู้ดูแลอยู่ที่นั่น และมีผู้ช่วยอีกท่านหนึ่งคือ คุณพงษ์ศักดิ์ ทองนอก

คุณทนงศักดิ์ เล่าให้ลุงลีฟังว่า ฟาร์มเห็ดแห่งนี้ได้เพาะเห็ดหอมเป็นหลัก ทำมาหลายปีแล้ว โดยใช้ขี้เลื่อยไม้ฉำฉากับขี้เลื่อยไม่กระถินณรงค์เป็นวัตถุดิบในการเพาะ พลังงานที่ใช้นึ่งก้อนเชื้อใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง นึ่งให้หม้อนึ่งความดันซึ่งบรรจุได้ครั้งละ 160 ก้อน ด้านล่างของถังนึ่งทำในลักษณะเป็นท่อเหมือนกับใน Boiler ทำให้น้ำวิ่งในท่อให้ความร้อนและความดันสูง เวลาที่ใช้ในการนึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ความดันอยู่ที่ 15 ปอนด์ อุณหภูมิ 120-125 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการไล่อากาศประมาณครึ่งชั่วโมง ใช้รอกเป็นอุปกรณ์ช่วยในการยกก้อนเชื้อเห็ดเข้า-ออกถังนึ่ง

วันหนึ่งนึ่งได้ 3 รอบ ตื่นแต่เช้า เสร็จประมาณ 2 ทุ่ม ได้ประมาณพันกว่าก้อนต่อวัน ฟาร์มนี้ทำเชื้อข้าวฟ่างเอง โดยมีหม้อนึ่งความดันขนาดย่อมไว้ในการนึ่ง มีห้องเขี่ยเชื้อลงในก้อนเชื้อเห็ดและตู้เขี่ยเชื้อข้าวฟ่าง

ขณะนี้มีก้อนเชื้ออยู่ในช่วงบ่มก้อนและเปิดดอกเห็ดประมาณ 20,000 ก้อน โรงเรือนบ่มก้อนและโรงเปิดดอกอยู่ในโรงเรือนเดียวกัน แต่แยกกันโดยทำเป็น 2 ชั้น ชั้นบนใช้เป็นที่บ่มก้อน ชั้นล่างใช้เป็นที่เปิดดอก ลุงลีเข้าใจว่าคงพัฒนามาจากการที่เมื่อก่อนในหมู่บ้านจะนำเห็ดไปเปิดดอกใต้ถุนบ้านและนำก้อนเชื้อเห็ดบ่มก้อนไว้บนบ้าน ถือว่าเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านขนานแท้

ก้อนเชื้อเห็ดใช้เวลาในการบ่มก้อนประมาณ 5 เดือน คุณทนงศักดิ์ให้เคล็ดไว้ว่า ถ้าจะดูว่าก้อนเชื้อเห็ดนั้นใช้ได้หรือยัง ให้นำเอาก้อนเชื้อนั้นมากระแทกดิน ถ้าก้อนเชื้อสร้างตุ่มออกมาถือว่าใช้ได้พร้อมที่จะเปิดดอก ให้นำเอาคอขวดออกแล้วกรีดปากถุงออกเลย รุ่นแรกเห็ดจะออกเองไม่ต้องกระตุ้น ลุงลีถามว่าไม่ต้องพับปากถุงก่อนหรือ คุณทนงศักดิ์บอกว่า ถ้าพับปากถุงไว้ก่อนไม่กรีดถุงเลย ดอกเห็ดรุ่นแรกออกมาจะมีลักษณะของดอกเห็ดไม่สวย

สำหรับรุ่นที่ 2 และรุ่นต่อไป ประมาณ 5 รุ่น จะต้องมีการพักก้อนเชื้อเห็ดประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นต้องกระตุ้นโดยการให้น้ำแบบน้ำท่วม 2 วัน ให้น้ำเช้า-เย็น ให้น้ำขังในก้อนแล้วคว่ำก้อนเชื้อเห็ดอีก 2 วัน เปิดน้ำและเปิดพัดลมจากเครื่องอีแว้ปเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งมีอยู่ 3 ตัว สามารถลดอุณหภูมิจากปกติได้อีก 3 องศาเซลเซียส เมื่อหงายก้อนขึ้นมาจะเห็นตุ่มเกิดขึ้น อีก 3 วัน จะสามารถเก็บดอกเห็ดได้ โดยในระหว่างนี้ให้ความชื้นด้วยน้ำได้โดยให้ที่พื้น ผลผลิต 5,000 ก้อน เก็บขายได้รุ่นแรก 112 กิโลกรัม ต้องตื่นเก็บเห็ดตั้งแต่ตี 3 ราคาขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100-110 บาท

ความเสียหายซึ่งเกิดจากศัตรูเห็ดมีบ้างเหมือนกันแต่ไม่มาก เนื่องจากดูแลอย่างใกล้ชิด ก้อนเชื้อที่มีปัญหาจะนำไปนึ่งใหม่ ลดการสูญเสีย มีการพบไรรำคาญและแมลงหวี่บ้าง แต่ยังสามารถควบคุมได้

ในอนาคตฟาร์มเห็ดหอมแห่งหนึ่งจะมีการพัฒนาการเพาะเห็ดหอมในลักษณะเป็นชั้น ลุงลีเรียกว่าการเพาะเห็ดหอมแบบคอนโดฯ เพื่อประหยัดโรงเรือนและลดการสูญเสียจากการที่ต้องวางก้อนเห็ดหอมที่พื้นทราย

ฟาร์มเห็ดหอมนายพลแห่งนี้ ลุงลีคิดว่าสามารถเป็นฟาร์มต้นแบบได้เป็นอย่างดีทีเดียวและเป็นฟาร์มที่มีอนาคต เนื่องจากว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าฟาร์มจะเห็นในเรื่องความสะอาดและการจัดของที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแทบจะไม่มีที่ติ มีการดูแลอย่างใกล้ชิด แสดงถึงการเอาใจใส่ของเจ้าของฟาร์ม

ลุงลีมีความเป็นห่วงแต่ว่าฟาร์มอื่นและบ้านอื่นที่อยู่ใกล้ๆ กันทั้งหมดในหมู่บ้านปางมะโอ ยังมีการทิ้งก้อนเชื้อเห็ดเก่าที่หมดสภาพแล้วไว้ใกล้ฟาร์ม ใกล้บ้าน เป็นแหล่งที่อยู่ของโรค แมลง และไรศัตรูเห็ด ถ้ายังไม่มีการจัดการที่ดีจากองค์การบริหารส่วนตำบลและชาวบ้านผู้เพาะเห็ดในหมู่บ้านปางมะโอนี้ ในอนาคตเราอาจจะไม่เห็นการเพาะเห็ดหอมที่หมู่บ้านนี้ ทั้งที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการเพาะเห็ดหอม



ถามมา-ตอบไป

มักมีคนถามเรื่องอนาคตการเพาะเห็ดหอมในประเทศไทย ลุงลีขอตอบว่า เมื่อปี พ.ศ. 2547 เริ่มมีการเปิดการค้าเสรีกับประเทศจีน ทำให้มีเห็ดหอมสดจากประเทศจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ราคาต่ำกว่าเห็ดหอมที่เพาะในประเทศไทย การเพาะเห็ดหอมในปี พ.ศ. 2548 จึงลดลงอย่างมาก ฟาร์มใหญ่หลายฟาร์มต้องปิดตัวเอง หลังจากนั้นประมาณปลายปี พ.ศ. 2549 เริ่มมีการพบอะไรบางอย่างจากเห็ดซึ่งนำเข้าจากจีน จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานเห็ดหอมขึ้น ซึ่งมาเสร็จในปี พ.ศ. 2550 ห้างใหญ่ๆ หลายห้างซึ่งมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าเริ่มงดการนำเห็ดหอมจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย ทำให้เห็ดหอมจากประเทศไทยฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง ราคาขยับขึ้นเล็กน้อย

ในอนาคตการเพาะเห็ดหอมในประเทศไทยน่าจะมีมากขึ้น แต่ปัญหาและอุปสรรคก็คือ การจัดการในเรื่องโรค แมลง และไรศัตรูเห็ด ยังไม่ดีพอ ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจึงสูง ถ้าเราช่วยกันทั้งภาครัฐและเอกชนในการที่จะผลิตเห็ดหอมให้ได้คุณภาพและต้นทุนต่ำ น่าจะทำให้อนาคตการเพาะเห็ดหอมมีความยั่งยืน

วิธีแก้ไข :
 
ที่อยู่
 
หมู่บ้าน :
ตำบล / แขวง :
อำเภอ / เขต :
จังหวัด :
กรุงเทพมหานคร
รหัสไปรษณีย์ :
ภาค :
ภาคกลาง
แหล่งข้อมูล
 
แหล่งที่มา :
เทคโนโลยีชาวบ้าน : วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 20 ฉบับที่ 423
 

ย้อนกลับ


   
วัตถุประสงค์โครงการ
   
จำแนกปัญหาตามภูมิภาค
จำแนกปัญหาตามจังหวัด
จำแนกปัญหาตามประเภท
สืบค้นตามชื่อเรื่องแบบใช้คีย์เวิร์ด
สรุปภาพรวมของปัญหา
สรุปประเภทปัญหาตามแผนที่ภูมิภาค
สรุปประเภทปัญหาตามแผนที่จังหวัด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สารสนเทศเกษตร
เกษตรพลิกฟื้นชาติ
สารพันความรู้
กรมส่งเริมการเกษตร
ห้องสมุดกรมวิชาการเกษตร
เทคโนโลยีชาวบ้าน
หนังสือพิมพ์มติชน
ติดต่อ E-mail : คลิกที่นี่
 
 

สถิติจาก truehit.net

   


Download Acrobat Reader

Best view with IE 5.0 or later version at 800x600
All comments please mail to
Webmaster

This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร 0 2201 7256 แฟกซ์ 0 2201 7265
Email : info@dss.go.th
ปรับปรุง : Tuesday, May 2, 2017 11:07 PM